Phrasal Verbs

posted on 15 Sep 2007 00:32 by newzmusic

Phrasal Verbs คือ กริยาที่ประกอบด้วยส่วนที่เป็นกริยา ( verb ) และคำอื่น ( มักเป็นคำบุพบท ) เมื่อรวมกันแล้วความหมายมักเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เช่น give up , get up

Inseparable Verbs with no objects

คือ phrasal verb ที่ต้องติดกัน ไม่สามารถแยกจากกันได้ ไม่ต้องมีกรรม เช่น

set off ออกเดินทางSpeed up เร่งความเร็ว
Wake up ตื่นนอนStand up ยืนขึ้น
Come in เข้ามาถึงGet on ขึ้น (รถ) / เข้ากันได้
Carry on ทำต่อไป Find out เรียนรู้
Grow up เติบโตTurn up ปรากฏตัว

Seattle down ตั้งรกราก ลงหลักปักฐาน

Example : The plane will set off at 6 o`clock

----------------------------------------------------------------------------

Inseparable Verbs with objects

คือ phrasal verb ที่ต้องอยู่ติดกัน ไม่สามารถแยกจากกันได้ แต่ต้องมีกรรม เช่น

Look after เลี้ยงดูLook into สอบถาม ตรวจสอบ
Run into ชนCome across พบโดยบังเอิญ
Take after เหมือนถอดแบบDeal with ติดต่อ เกี่ยวข้อง
Go off ออกไป จากไป หยุดทำงานCope with จัดการ

Go off ออกไป จากไป หยุดทำงาน

Example : The parents look after their children

----------------------------------------------------------------------------------------------

Separable verbs

Separable verbs ที่แยกจากกันได้ มักจะต้องการกรรม

Turn on เปิด(ไฟ)Turn off ปิด (ไฟ)
Turn down หรี่ (เสียง)Swith off ปิด
Look up มองหาTake off ถอด ออกดินทาง
Try on ลองสวม

วางกรรมตรงไว้หน้า หรือ หลัง preposition ก็ได้

Example : Please turn off the light before going out off

Please turn the light off before going out

----------------------------------------------------------------------------

Three-Word Phrasal Verbs

คือ phrasal verb ที่ไม่มีกรรมและบางครั้งมีการใช้บุพบทมากกว่า 1 ตัว เช่น

Get on with ทำต่อไป ไม่หยุดCut down on ลดปริมาณลง
Look out for เตรียมพร้อมCatch up with ตามทัน
Run out of หมดGet down to เอาจริงเอาจัง
Stand up for ปกป้อง เดือดร้อนแทนLook down to ดูถูก
Look up to ยอมรับนับถือPut up with อดทน
Look out on มองออกไป

Example : I must get on with my work

----------------------------------------------------------------------------

Credit by Aj.อิสริยาภรณ์ เอี่ยวเฉย

ใครๆ คง ก็คงจะ ปฏิเสธ ไม่ได้ แล้วเนอะ ว่าภาษาอังกฤษ เป็น สิ่งจำเป็นขนาดไหนใน ชีวิตประจำ วัน ของเรา วันนี้ มีโอกาส เลย อยากจะเขียนไว้ เป็นการ ทบทวน ตน เอง และ สอน ออกอากาศไป ในตัวเลย อิอิ

Present Simple tense

หลักการใช้ ( How to use )

- To express a repeated and usual action . It can be habit , a daily event or something that often happens

แปลตรงตัว คือ ใช้ พูดถึงเกี่ยวกับ เหตุ การณณ์ ที่กระทำ อย่างซ้ำ หรือ นิสัย กิจวัตประจำวัน หรือ สิ่งที เกิด ขึ้น บ่อยๆ

Example : I usually get up at seven o` clock

- To express a fact that stays the same for a long time.

ใช้ พูดถึง เกี่ยวกับ ความจริง ที่ ยังคงเป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน หรือ เป็น มา อย่างยาวนานแล้ว

Example : London is a capital of England

- To express scientific facts

ใช้พูดถึง ความเป็นจริง ทาง วิทยาศาตร์

Example : The sun rises in the east

Forms: รูปแบบ ประโยค

Affirmative บอกเล่า

Question คำถาม

Negative ปฏิเสธ

I work hard

Do I work hard ?

I don`t work hard

- Third person singular : add -s or -es to verbs

เอกพจน์ บุรุษ ที่ 3 กริยา เติม s หรือ es

Example : He walks to school every day
She works hard .

- Negatives : don`t / doesn`t + infinitive

ในประโยค ปฏิเสธ don`t / doesn`t + กริยาที่ไม่เปลี่ยนรูป

Example : I don`t work hard .

..............................................................................................................

Present Continuous Tense

หลักการใช้ ( How to use )

- To express an activity that is in progress now.

ใช้พูดถึง เหตุการณ์ ทีกำลังเกิด ขึ้น ใน ขณะ ที่ พูด

Example : It is raining.

- To express an activity happening for a limited period around now .

ใช้พูด ถึง สิ่งที่ เกิด ขึ้น และ กระทำ อยู่ ใน ช่วง เวลา ปัจจุบัน

Example : What are you doing these days ?

I am teaching at Naresuan University.

- To express a definite future plan.

ใช้พูดถึง สิ่งที่ คาด หมาย ว่าจะ กระทำ อย่าง แน่นอน ใน อนาคต

Example : Are you doing anything tonight ?
Yes, I am going to nightclub with my friends.

Form รูปแบบประโยค

Affirmative บอกเล่า

Question คำถาม

Negative ปฏิเสธ

I am working hard

Am I working hard ?

I am not working hard

...............................................................................................................

ก็ถือ ว่า สรุป เอง ตาม ความเข้าใจคร่าวๆ ของผมนะครับ

ท่านใดมี ข้อชี้แจง เสนอแนะ สามารถ ลง คอมเม้น ไว้ได้นะครับ

ผมยินดี รับฟังและ ปรับปรุง แก้ไข ต่อไป

สุดท้ายนี้ผมขอให้ผู้อ่านทุกคน เก่งภาษาอังกฤษ หรือ อย่างน้อยที่สุด ขอให้ สามารถใช้ ภาษาอังกฤษได้ อย่าง ถูก ต้องเหมาะ สม นะครับ

อยากให้คนไทยเก่ง ภาษา อังกฤษ ครับ

ปล. เนื้อหาในส่วนเพิ่มเติม หรือ tense ผมจะ ค่อยๆ ทยอย อัพเดต นะครับ



edit @ 2007/07/03 01:36:51